วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การบริหารโครงการ

การบริหารโครงการ(Project Management)โครงการ หมายถึง ข้อเสนอที่จะที่จะดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้สำเร็จโดยมีการตระเตรียม และวางแผนงานไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในเรื่องหนึ่งความแตกต่างระหว่างแผนงานและโครงการ แผนงานจะประกอบด้วยโครงการมากกว่า 1 โครงการเป็นการดำเนินงานระยะยาว มีกระบวนการดำเนินการทั่วทั้งองค์การ วิธีการจัดทำแผนงานจะใช้วิธีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ลักษณะของโครงการ
- มีวัตถุประสงค์ชัดเจน- มีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด- ดำเนินงานอยู่ภายใต้ข้อจำกัด เวลา ต้นทุน คุณภาพวงจรการพัฒนาโครงการ
1.ช่วงระยะก่อนการบริหารโครงการ2.ช่วงระยะการบริหารโครงการ3.ช่วงระยะการบำรุงรักษาการวางแผนโครงการ
-จุดมุ่งหมายของการวางแผน-ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการวางแผน-ขั้นตอนการวางแผนโครงการ1).กำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตของงาน2.)กำหนดผลิตภัณฑ์ที่จะต้องสงมอบและระบุรายการโครงสร้างงาน3.)การจัดองค์กร4.)กำหนดระบบการทำงานและระบบเอกสาร5.)การกำหนดตารางเวลาจุดมุ่งหมายของการกำหนดตารางเวลาโครงการ จะต้องทำงานอะไรบ้าง ใช้เวลาเทาไหร่ ใช้ทรัพยากรอะไรเครื่องมือที่ใช้ในการจัดทำตารางเวลา ประกอบกิจกรรมช่วงเวลา กราฟแท่งแนวนอนลักษณะแผนผัง PDM ใช้กล่องสี่เหลี่ยมแทนงาน ลูกศรจะแทนความสัมพันธ์ระหว่างงานในหลายชนิดช่วงเริ่มดำเนินงาน ดำเนินการติดตามโครงการตามจุดตรวจสอบ ประเมินผลตามเกณฑ์การวัดผล ติดตามการสื่อสารภายในโครงการ การประชุมการติดตามดูแลโครงการ (Project Monitoring ) จะมีการติดตาม การวัดความก้าวหน้าระหว่างการดำเนินงานกระบวนการแก้ไขปัญหา มีการระบุปัญหา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์หาสาเหตุ ทำแผนปฏิบัติ เป็นต้นความขัดแย้งในโครงการ สาเหตุ ประเภทความขัดแย้ง การจัดการความขัดแย้ง ความตึงเครียดในโครงการรูปแบบการปิดโครงการ มีการปิดโครงการเมื่อแล้วเสร็จตามแผน การปิดโครงการกลางคัน การปิดโครงการามเดิม และปิดโครงการใหม่การประเมินผลโครงการ หมายถึง การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ อันจะนำมาสู่การตัดสินใจวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้การสนับสนุนงบประมาณอย่างพอเพียง ช่วยให้ทรัพยากรเกิดประโยชน์เต็มที่เพื่อให้ได้สารสนเทศที่สำคัญสำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจความประหยัด การใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดในการผลิต ใช้ปัจจัยนำเข้าด้วยต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ความมีประสิทธิภาพ การเปรียบเทียบระหว่างปัจจัยนำเข้ากับผลผลิตความมีประสิทธิผล เปรียบเทียบวัตถุประสงค์กับผลลัพธ์ของโครงการขั้นตอนการจัดทำระบบการประเมินผลโครงการ
ขั้นที่ 1 กำหนดผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการขั้นที่ 2 กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของงานขั้นที่ 3 กำหนดวิธีการรวบรวมข้อมูลขั้นที่ 4 กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นที่ 5 รายงานผลสัมฤทธิ์ขั้นที่ 6 ใช้ประโยชน์ข้อมูลจากการประเมินผลโครงการ

สรุปรายงาน

กลุ่มที่ 1

บทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการสารสนเทศการสื่อสารและการจัดการทั่วไป
ลักษณะงานสำนักงานทั่วไปงานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศในสำนักงาน อาจจำแนกได้ดังนี้
1.1 งานรับข้อมูลและสารสนเทศ
1.2 การเก็บบันทึกข้อมูลและสารสนเทศ
1.3 การประมวลผลข้อมูล
1.4 การจัดทำเอกสารธุรกิจ
1.5 การสื่อสารข้อมูลและเอกสารธุรกิจ
ระบบสำนักงานอัตโนมัติกับการจัดการสารสนเทศระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเป็นเครือข่ายในสำนักงานอัตโนมัติจะทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศระหว่างสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงานต่างๆในเครือข่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำโครงการ และการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินงานต่างๆ โดยการเผยแพร่และสื่อสารสารสนเทศไปยังกลุ่มต่างๆเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว ประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน เหล่านี้ทำให้การดำเนินงานในสำนักงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล1. การสื่อสารทั่วไปในสำนักงานการสื่อสาร หมายถึง การสื่อข้อความระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยปกติเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารระหว่างมนุษย์ รวมถึงการสนทนาในรูปแบบต่างๆ การใช้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งในปัจจุบันสื่อดังกล่าวทำงานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์
2. บทบาทของการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน
2.1 การเชื่อมโยงการทำงานของผู้บริหารและพนักงาน
2.2 การเชื่อมโยงสำนักงานกับหน่วยงานภายนอก
2.3 การประชาสัมพันธ์
2.4 การช่วยค้นหาข้อมูลข่าวสาร
3. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน
3.1 การสื่อสารข้อมูล เป็นการนำเทคโนโลยีและวิธีการในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆ โดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอน คือ การสร้างข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ส่ง นำข้อมูลมาสร้างเป็นสัญญาณเพื่อใช้ส่ง ส่งสัญญาณดังกล่าวไปเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ทำการแปลงสัญญาณที่รับ และประมวลผลยังจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาของการสื่อสาร มีดังนี้
3.1.1 การพิจารณาอุปกรณ์ต่อพ่วง
3.1.2 การเลือกตัวกลางสื่อสารที่เหมาะสม
3.1.3 การกำหนดเกณฑ์วิธีในการสื่อสาร
3.2 เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตถูกใช้ในการสื่อสารด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูล โดยมีผู้ให้บริการ และผู้สร้างสื่อเผยแพร่มากขึ้น
4. การนำอินเทอร์เน็ตไปใช้ในสำนักงาน
4.1 การประชาสัมพันธ์
4.2 การสื่อสาร
4.3 การทำงานทางไกลบทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการจัดการทั่วไป
1. บทบาทต่อการจัดการทั่วไปการจำแนกบทบาทของสำนักงานอัตโนมัติในการบริหารจัดการทั่วไป อาจทำได้หลายประเด็น
1.1 คุณภาพของการจัดการ
1.1.1 การวางแผน
1.1.2 การจัดองค์การและการจัดการบุคลากร
1.1.3 การบริหารงบประมาณ
1.1.4 การบริหารงานโครงการ
1.1.5 การควบคุมการปฏิบัติงานในสำนักงาน
1.1.6 การทำรายงาน
1.2 คุณภาพของผู้บริหาร บทบาทของผู้บริหารอาจแบ่งได้เป็น 3 ด้าน
1.2.1 การประสานงาน
1.2.2 สารสนเทศ
1.2.3 การตัดสินใจ
1.3 การทำงานเป็นทีม
กลุ่มที่ 2การใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติในระดับบุคคล
1. ประเภทของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติในระดับบุคคลเมนชิง (Munching 1991) แบ่งระดับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น 4 ระดับ
ผู้ใช้โดยตรง เขียนโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือช่วยสร้างโปรแกรม
ผู้ใช้โดยอ้อม ใช้สารสนเทศที่สร้างจากสารสนเทศ แต่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ หรือทำงานเกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง
ผู้ใช้โดยไม่เขียนโปรแกรม มีปฏิสัมพันธ์กับระบบด้วยการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์และผลลัพธ์จากระบบ
นักคอมพิวเตอร์อาชีพ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ออกแบบระบบ และเขียนโปรแกรม
กลุ่มที่ 3
แนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูลในสำนักงาน การจัดการข้อมูลในสำนักงาน แนวทางในการพัฒนาฐานข้อมูลในสำนักงานพร้อมตัวอย่าง
ฐานข้อมูล (database) คือ แหล่งรวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันในด้านใดด้านหนึ่งจัดเก็บให้เป็นระเบียบ ข้อมูลที่จัดเก็บในฐานข้อมูลประโยชน์ของฐานข้อมูล-การลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล-การลดความขัดแย้งหรือความต่างกันของข้อมูล-การพัฒนาระบบใหม่ทำได้สะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาสั้น และมีค่าใช้จ่ายต่ำลง-การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทำได้ง่าย-การทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องมากขึ้น- ความสามารถในการป้องกันการสูญหายของข้อมูลหรือป้องกันฐานข้อมูลถูกทำลาย เครื่องมือในการจัดการฐานข้อมูลเครื่องมือหลัก คือ ระบบจัดการฐานข้อมูล เป็นโปรแกรมที่เขียนที่อำนวยความสะดวกในการจัดทำและนำข้อมูลจากฐานข้อมูลมาใช้งาน รวมทั้งการมีระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลโครงสร้างของฐานข้อมูล แบ่งเป็น โครงสร้างเชิงกายภาพและ โครงสร้างเชิงตรรกะแนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลในสำนักงาน1. การศึกษาเบื้องต้นเพื่อจัดทำฐานข้อมูล2. การออกแบบฐานข้อมูล3. การจัดทำและนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูล4. การทดสอบและประเมินผล5. การใช้งานฐานข้อมูล6. การบำรุงรักษากลุ่มที่ 4ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน
1. ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลในสำนักงาน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบคือ
1.1 คน ในที่นี้มี 2 กลุ่ม คือ
1.1.1 พนักงานของหน่วยงานที่ไม่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.1.2 พนักงานของหน่วยงานที่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.2 ฮาร์ดแวร์
1.3 ซอฟต์แวร์
1.4 ไวรัสคอมพิวเตอร์
1.5 ภัยธรรมชาติ2. รูปแบบของการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูลดาต้าดิดดลิ่ง, ม้าโทรจัน, การโจมตีแบบซาลามิ, แทรปดอร์, การสงครามแบบอิเล็กทรอนิกส์, ลอจิกบอมบ์, อีเมลบอมบ์3. อาชญากรคอมพิวเตอร์ ) คือคนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และข้อมูลไวรัสคอมพิวเตอร์หมายถึง โปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยมีความสามารถในการแพร่กระจายจากระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลการกำหนดการใช้ข้อมูล เป็นการกำหนดสิทธิ์และการได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูล ได้แก่ การใช้(card), (key). (badge), การใช้รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ, การใช้ลายเซ็นดิจิทัล, การตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ก่อนเข้าสู่ระบบ เช่น การอ่านลายนิ้วมือการเข้ารหัส เป็นกระบวนการเข้ารหัส ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการแปลงเนื้อหาทีปรากฏให้ไม่สามารถเข้าใจได้ข้อมูลที่เข้ารหัสจะต้องผ่านกระบวนการถอดรหัสเพื่อถอดรหัสให้เหมือนข้อความต้นฉบับการควบคุมการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล เป็นการกำหนดระดับของสิทธิ์ในการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล การควบคุมการตรวจสอบ, การควบคุมคน, การควบคุมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆการมีโปรแกรมเพื่อตรวจสอบและป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และการจัดทำแผนรองรับกรณีเหตุร้ายหรือแผนฉุกเฉิน